If he’s been blind…..

06/01/2008

i wouldn’t buy this bk. 😉

bb.jpg

เห็นที่ Asiabook ราคาพันต้นๆ ไม่อยากเข้าไปเปิดดูตอนนี้ คือเสียตังค์ชัวร์

link: ข้อมูลภาษาไทย http://www.bwthai.org/blog/index.php?option=com_smf&Itemid=52&topic=410.0


55

19/12/2007

18122007.jpg

พลาดไปสำหรับนิทรรศการ 9 day in the kingdom ที่ zen แล้วช่วงเดือนนี้ก็ได้ดูผ่านทางช่อง 9 คืนวันเสาร์ เกี่ยวกับการทำงานของตากล้องในงานนี้หลายคน เกิดความอยากได้ใคร่รู้ การทำงานของเกือบทุกคน(สนุกดี) จนมาเจอหนังสือที่เค้ารวมเล่มขาย เล่มใหญ่มาก(คงขายมาตั้งแต่เปิดงานนานแล้ว) สิ่งที่อยากได้คือ DVD ที่มีมาให้ คาดเดาว่าคงเป็นอันที่เอามาเปิดทางช่อง 9 ที่ว่า …..  ราคาก็ ok รับได้ (1,750 B)


in-betweener

20/11/2007

“แอนิเมชั่นขโมยหัวใจผมไปหมดแล้ว”

(Miyazaki , 1999 cited in Ebert , 1999)

 ประโยคกระแทกใจในหนังสือ ฉีกขนบแอนิเมชั่น เอกลักษณ์ของ ฮายาโอะ มิยาซากิ นักฝันแห่งตะวันออก โดย นับทอง ทองใบ อ่านแล้วทำให้นึกย้อนเป็นฉากๆไปในหนังที่เคยดูบ้างบางเรื่อง นึกถึงพวงกุญแจวิญญาณไร้หน้าที่กัมโม่ซื้อฝาก( ยังหาไม่เจอ:-( ) นึกถึงสีที่อ่อนๆ นุ่มๆ เนื้อหาที่ละเอียดเหลือเกิน เฮ้อ… ok  เมื่อมีโอกาสได้ไป shopping ณ เมืองพม่า ก็ได้หนังของมิยาซากิ มาสามเรื่อง laputa , howl’s moving castle , princess mononoke …ได้พบกับ สุดยอด boxset ของ studio ghibli ที่มี 21 แผ่น ที่อยากได้เหลือเกิน แต่ก็ห้ามใจด้วยการที่ไม่มี thai subtitle ประกอบกับ การที่มี หนังบางเรื่องที่ซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่นึกอีกที ราคาไม่ถึงหกร้อย 21 แผ่นนี่มันน่านัก…. กลับมาที่ตัวหนังสือ ค่อนข้างลึกและละเอียดมากในทุกแง่มุมของมิยาซากิ…มันเป็นยังงัยต้องติดตาม รูปแบบค่อนข้างวิชาการเนื่องด้วยเรียบเรียงจากผลงานวิทยานิพนธ์ แต่ก็อ่านได้เรื่อยๆ จนคิดว่าสามารถเอาไปอ้างอิงต่อได้สบายๆเลย … ตอนนี้ต้องไปวาดรูปเล่น และดูหนังเรื่องอื่นๆ ที่ซื้อมาด้วยก่อนล่ะ

ปล. in-betweener ผู้ทำหน้าที่-วาดภาพเคลื่อนไหว

hayao_miyazaki_drawing.jpg


tea house

09/11/2007

bmimg_101904_101904.jpg


3book

19/06/2007

1.คุยกับ ต้นกล้าสถาปนิก. Conversations with Architects”.

ni-small-wince.jpg

ออกมาได้สักพัก อ่านแล้วก็ได้รู้ประสบการณ์และผลงานใหม่ๆในหลายๆแบบของสถาปนิกคนอื่นๆ หนังสือแบบนี้หาอ่านยากเพราะนานมากกว่าจะมีสักเล่ม แต่ยังอ่านไม่จบเลย….

น่าจะหาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป เล่มนี้ซื้อที่ร้าน SE-ED สยามเซ็นเตอร์ 

– พิรัส พัชรเศวต  ,EAST Architects Co., Ltd.
– พรชัย บุญสม ,Gum Studio
– วสุ วิรัชศิลป์ และบุญเลิศ ดียืน ,VaSLab Co., Ltd.
– อมตะ หลูไพบูลย์ และทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ ,Department of Architecture Co., Ltd.
– พลวัต บัวศรี และทรงสุดา อธิบาย ,S+ PBA Co. Ltd.
– วิฑูรย์ คุณาลังการ ,IAW Co., Ltd.
– ประดิชญา สิงหราช ,Plan Associates Co., Ltd
– กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล ,Spacetime Architects Co. Ltd.
– บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์ 
– สุรชัย เอกภพโยธิน และจุฑาทิพย์ เตชะจำเริญ  ,OFFICE AT Co., Ltd.
– ชาตรี ลดาลลิตสกุล  ,บริษัท ต้นศิลป์ สตูดิโอ จำกัด
– ดวงฤทธิ์ บุนนาค  ,Duangrit Bunnag Architect Co., Ltd.

นิธิ สถาปิตานนท์, สัมภาษณ์

2. นิตยสาร วิภาษา เล่มที่ 3 วันที่ 16 มิถุนายน-31 กรฎาคม 2550

บังเอิญเจอที่ร้าน B2S เกี่ยวพันกับ หนังสือเรื่อง The God of Small Things ที่ up ไปก่อนหน้านี้ อ่านแล้วได้ความลึกของความเข้าใจที่รู้สึกว่าอะไรจะขนาดนั้น (เหมือนเป็นทางออกหลังจากอ่านหนังสือจบแล้วจะคุยกะใครต่อดี) ซึ่งสามารถคล้อยตามได้อย่างน่าติดตาม

บทความหน้าที่ 28 น้ำมือมนุษย์หรืออุ้งมือประวัติศาสตร์ : เทพเจ้าประจำสิ่งละอันพันละน้อย* (The God of Small Things) โดย อรุณธาตี รอย(Arunthati Roy) (1) ไชยันต์ รัชชกูล

เข้าใจว่าเป็นบทความตอนแรก ที่มีต่อในฉบับต่อไป ลืมบอกไปว่า เป็น นิตยสารราย 45 วัน

บทความบางตอน

“ทำไมอรุณธาตี รอยถึงทำให้เรื่องมันยุ่งยากจน เทพเจ้าประจำสิ่งละอันพันละน้อย* นิยายขนาดกลางเล่มนี้ยากที่จะจัดเข้าประเภท “หนังสืออ่านเล่น” อย่างที่ผู้อ่านชาวไทยส่วนมากมักจะมีแนวอนุกรมวิธานเช่นนั้น? วิธีการเล่าที่ต่างไปจากขนบของการเขียนนิยายนี้เป็น “แฟชั่น” เป็นการแสดง “กายกรรมในการเขียน” เท่านั้นหรือ? หรือว่าวิธีการเขียนนี้สัมพันธ์กับความหมายของเรื่อง คำถามนี้คงเป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้อ่าน ทั้งนักอ่านอาชีพ (ที่”ติดอาวุธทฤษฎีการวิจารณ์วรรณกรรมและทฤษฎีทางสังคมศาสตร์/มนุษยศาสตร์ต่างๆ) และนักอ่านสมัครเล่น (ที่ “ติดอาวุธ” ชั้นเชิงมวยวัด) รวมทั้งนักอ่านที่ประสงค์ “ใจสัมผัสใจ” (เลียนสำนวน “มนุษย์สัมผัสมนุษย์” ของ เจตนา นาควัชระ).”

หมายเหตุ : *น่ายินดีอย่างยิ่งที่ “สดใส” ได้แปลงานนี้เป็นไทย : เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ (สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก,2550) แต่ผู้เขียนเพียงได้แต่เห็นในหน้าโฆษณาหนังสือใหม่ ยังไม่ได้มีโอกาสได้ดูฉบับแปล จึงขอใช้ชื่อตามที่ตัวเองลองแปลไว้เดิมไปก่อน

3. FOLDING ARCHITECTURE

28062007-small-custom.jpg28062007001-small-custom.jpg

28062007008-small-custom.jpg28062007004-small-custom.jpg

28062007005-small-custom.jpg28062007006-small-custom.jpg

เหมือนอ่านหนังสือการ์ตูน เป็นลักษณะของภาพลำดับ, วิธี, เทคนิค, การพับ ของวัสดุแบบต่างๆ มีทั้งกระดาษ ลวด เหล็ก ๆลๆ เริ่มตั้งแต่ง่ายๆคิดตามได้ จนถึงขั้นซับซ้อน จนไม่สามารถทำได้แน่ถ้าไม่ลงมือ…. ก็คิด ทดลอง กันไป ดูเล่นๆก็สนุกดี ทำให้นึกถึงตอนเด็ก พับกระดาษไปเรื่อยๆ เล่นกับเพื่อน ทั้งจรวด พับจีบ พับถุง ๆลๆ  โตมาหน่อยก็เริ่มเป็นจริงเป็นจัง พับสะพาน พับบันได พับเป็นโครงสร้าง พับอาคาร พับพิพิธภัณฑ์ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากเพราะคิดว่ามันคงจะแพงไม่ได้สร้างกันง่ายๆ หรอกมั้ง…อ่านจนท้ายๆเล่ม มีภาพสองมือที่คอยจัดเรียงอะไรสักอย่างอยู่ แล้วก็เป็นภาพถัดมาเป็นฝ้าเพดานพับๆอยู่ ก็นึกขึ้นมาทันทีว่าอาคารนี้คุ้นๆแฮะ สรุปแล้ว มันก็คือ โถงภายในอาคารท่าเรือนานาชาติที่โยโกฮาม่า นี่เอง

 dscf0162-wince.jpgdscf0163-wince.jpg

dscf0168-wince.jpgdscf0170-wince.jpg

dscf0181-wince.jpgdscf0183-wince.jpg

dscf0200-wince.jpgdscf0209-wince.jpg

สองรูปสุดท้ายก็คือ งานฝ้าเพดานที่เกิดจากการทดลองพับในแบบต่างๆ จนมาเป็นอย่างในภาพนั่นเอง…ตอนไปถึงประทับใจกับตัวท่าเรือนี้มากตั้งแต่สัมผัสแรกเห็น ดูกลมกลืนกับสภาพโดยรอบ ถึงแม้พอเดินเข้าไปจริงจะมีไม้เป็นทางเดินที่ปูแบบไม่เนียนยังมีเหลี่ยมมุมอยู่เป็นระยะๆ (คาดว่าเป็นปัญหาทางเทคนิคถ้าเป็นวัสดุอื่นเช่น คอนกรีต คงจะทำให้ผิวทางเดินเรียบกว่าแต่สัมผัสคงจะแข็งน่าดู ไม่น่าเดินเท่าไม้) ก็เดินไปเรื่อยๆ ขึ้นๆลงๆ แบบไม่รู้ตัว ก็เพลินดีสมกับเป็น สวนสาธารณะกลายๆ ให้กับเมืองไปด้วยในตัว ถ้ามีโอกาสไปเมืองนี้ก็แนะนำให้ไปเยี่ยมเยือนกัน.

link: http://www25.big.or.jp/~k_wat/yokohama/eindex.htm เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาคารนี้หรือหาดูเพิ่มได้โดย google แล้วถ้ามีเวลาจะมาเล่าถึงอาคารนี้ใหม่อีกรอบครับ


s e r n up++

08/04/2007

thegodofsmallthings.jpg

เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ เป็นผลงานนวนิยายเล่มแรก(และเล่มเดียว) ของรอย หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัล The Booker Prize ในปี 1997

“จุดเด่นของนวนิยายเรื่อง the god of small things นอกจากการสร้างตัวละครแต่ละตัวอย่างละเอียดล้วงลึก และความสมเหตุสมผลของการผูกเงื่อนชะตากรรมของตัวละครอย่างแน่นหนาแล้ว ยังอยู่ที่กลวิธีการเล่าเรื่องสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และการใช้ภาษาอันอุดมด้วยจินตภาพ ทั้งแสง สี เสียง กลิ่น รส การใช้ภาพพจน์อุปมา อุปลักษณ์ และสัญลักษณ์ อย่างแพรวพราว แปลกใหม่ และไม่จำกัด จนกล่าวได้ว่า อรุณธตี รอย นักเขียนสตรีชาวอินเดียผู้นี้ เป็นสถาปนิกแห่งถ้อยคำ”

รื่นฤทัย สัจจพันธ์ นักวิจารณ์วรรณกรรม, รองศาตราจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาตาร์ ม.รามคำแหง

(ยังมีอีก แต่ไม่ไหว รู้สึกเหมือนจะเว่อร์ๆนิดๆ)

arundhati_roy.jpg

ซูซานนา อรุณธตี รอย

เกิดวันที่ 24 พ.ย. 1961 อินเดีย จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม ผ่านงานออกแบบและเขียนบทภาพยนตร์มาแล้ว 2 เรื่อง…….โอ้ยยย พิมพ์ไม่ไหวแล้ว หาอ่านได้น่าจะมีขายทั่วไป พอดีไปเจอในงานหนังสือ เห็นชมกันนักชมกันจัง สงสัยได้อ่านช่วงสงกรานต์แน่

ทั้งหมดลอกมาจาก “เทพเจ้าแห่งสิ่งเล็กๆ the god of small things” อรุณธตี รอย:เรื่อง  สดใส:แปล  ราคาเต็ม 300 บาท รู้สึกว่าเห็นแว็บๆ ที่ asiabook เป็น english edition แต่เมื่อต้นปีที่แล้ว